เจาะลึก 4 อุตสาหกรรมหลักในยุโรปที่กำลังสูญเสียพื้นที่การแข่งขันให้แก่มหาอำนาจเอเชีย

ภัยเงียบในภาคการผลิต เมื่อกลไกราคาจากเอเชียกำลังเขย่าบัลลังก์อุตสาหกรรมโลก

ภาพรวมของระบบโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ในทวีปยุโรปกำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายครั้งสำคัญ ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นในลักษณะที่เป็นข่าวดังระดับโลกเพียงข้ามคืน อันเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ทางธุรกิจที่ไม่มีวันหวนกลับ

แนวโน้มกระแสการค้าโลกที่กำลังถูกขับเคลื่อนด้วยสินค้าต้นทุนต่ำ ส่งผลให้ผู้ประกอบการในท้องถิ่นไม่สามารถรักษาระดับการแข่งขันไว้ได้ ไม่ใช่เพราะเรื่องของคุณภาพสินค้าต่ำกว่าเกณฑ์การยอมรับ

เจาะลึกสี่ภาคส่วนสำคัญ ที่กำลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนักหน่วง

ข้อมูลเชิงลึกชี้ให้เห็นถึงความเปราะบางในระบบซัพพลายเชนปัจจุบันอย่างชัดเจน วิกฤตยานยนต์เยอรมนี ซึ่งสามารถจำแนกความเสียหายและความท้าทายออกเป็นส่วนๆ ได้ดังนี้

  • ภาคการผลิตเครื่องจักรกล: ตำแหน่งงานในภาคส่วนนี้ลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วงปีที่ผ่านมา
  • ภาคยานยนต์และระบบขนส่ง: ความท้าทายไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การแข่งขันในตลาดสินค้าสำเร็จรูป
  • ภาคเคมีภัณฑ์ต้นน้ำ: นี่คือพื้นที่ซ่อนเร้นที่ไม่ค่อยได้รับความสนใจจากสาธารณชนแต่มีความเปราะบางสูงสุด
  • ภาควัสดุสังเคราะห์: กลายเป็นวงจรอันตรายที่ทำให้โรงงานในท้องถิ่นต้องทยอยปิดตัวลง

ความเชื่อมโยงทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นว่าภัยคุกคามไม่ได้มาในรูปแบบของสินค้าสำเร็จรูป

จิตวิทยาการจัดซื้อ และแรงหนุนจากมาตรการอัตราแลกเปลี่ยน

ท่ามกลางภาวะกดดันด้านเงินเฟ้อและต้นทุนพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ตัวเลขส่วนต่างของราคาที่ห่างกันอย่างมหาศาลทำให้การตัดสินใจเป็นไปอย่างเรียบง่าย

นอกจากนี้ความเคลื่อนไหวของค่าเงินและการสนับสนุนทางอ้อมจากภาครัฐในบางประเทศ ส่งผลให้มาตรการสกัดกั้นทางภาษีของกลุ่มประเทศตะวันตกไม่ได้ผลเต็มที่

บทเรียนเชิงกลยุทธ์ วงจรอันตรายที่ยากจะแก้ไขหากสายเกินไป

ภาวะการพึ่งพาที่เพิ่มสูงขึ้นจะทำให้ความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจลดลงอย่างน่าใจหาย เมื่อเกิดวิกฤตการณ์ระงับการส่งออกวัตถุดิบขึ้นในอนาคต จะนำมาซึ่งความปั่นป่วนในระบบเศรษฐกิจมหภาคอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน

การสร้างสมดุลระหว่างต้นทุนที่ต่ำและความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานคือโจทย์ใหญ่

5 แนวทางรับมือวิกฤตการณ์การค้า ท่ามกลางกระแสการแข่งขันที่รุนแรง

ผู้นำองค์กรจำเป็นต้องมีวิสัยทัศน์ที่ก้าวไกลเพื่อนำพากิจการให้พ้นจากวงจรอันตราย

1. นโยบายจัดซื้อแบบหลากหลายภูมิภาค

หลีกเลี่ยงการพึ่งพาวัตถุดิบจากประเทศใดประเทศหนึ่งเกินกว่าร้อยละห้าสิบ

แนวทางที่ 2: มุ่งเน้นการสร้างนวัตกรรมมูลค่าสูง

การสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านการบริการและการรับประกันในระดับที่เหนือกว่าคู่แข่งทั่วไป

3. การทำ Digital Transformation ในโรงงาน

นำระบบอัตโนมัติและเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เข้ามาช่วยลดความสูญเสียในกระบวนการ

4. การสร้างเครือข่ายความร่วมมือระดับท้องถิ่น

การจับมือร่วมกันทำสัญญาซื้อขายระยะยาวเพื่อรักษาเสถียรภาพด้านราคาวัตถุดิบ

แนวทางที่ 5: การเฝ้าระวังและวิเคราะห์ปัจจัยมหภาคอย่างใกล้ชิด

และการเตรียมความพร้อมด้านกระแสเงินสดให้มีความคล่องตัวสูงพร้อมรับมือทุกสถานการณ์ฉุกเฉิน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *